1.20.2551

ทาง ม้า ลาย




ขาว ดำ
ดำ ขาว
ข้าม ไม่ข้าม
ลาย ไม่ลาย
........
<เห็นแล้วอยากข้ามจริงๆ>

11.19.2550

โบสถ์ Saint Peter's Church New York ที่ออกแบบโดย Massimo Vignelli



Saint Peter's Church New York 1977
ขั้นตอนการตกแต่งภายในของโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ ต้องการระดับความยืดหยุ่นสูง นอกจากความธรรมดา บทบาทหน้าในพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว
โบสถ์ยังเป็นห้องโถงแสดงดนตรี, โรงละคร, และห้องประชุม
ลำดุบขั้นตอนรวมไปถึงที่นั่งในโบสถ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มที่นั่ง เวทีต่างๆสามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการ
ที่แตกต่างกันในเหตุการณ์ต่างๆ



พวกเราออกแบบระบบเสียงและติดตั้งไว้ที่มุมเพื่อที่จะขยายอคูสติก ในทางกลับกันเสียงแกรนิตก็ตกลงมาที่อ่างนำ้มนต์
พวกเรายังออกแบบเฟอร์นิเจอร์, แท่นบูชา, เครื่องตกแต่งสีเงินสำหรับโบสถ์ รวมไปถึงสัญลักษณ์และการประกาศ
โบสถ์เซนต์ปีเตอร์เป็นประสบการณ์หนึ่งเดียว ที่ความคิดในการออกแบบสถานที่ถูกคิดว่าไม่ใช่โบสถ์ธรรมดาๆ แต่เป็นที่ว่างที่บริสุทธิ์สำหรับ
พิธีหลากหลาย



โบสถ์เซนต์ปีเตอร์เป็นแถลงการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่กล้าหาญของความมั่นใจของคริสเตียนในอนาคตของเมืองนี้ เป็นแรงผลักดันไปยังความมั่งคั่งที่น่าดึงดูดใจของถนนปารค์ และเสียงเพี้ยนของถนน เลซิงตัน ถูกออกแบบโดย ฮิว สตับบิ้น และเพื่อน รูปร่างภายนอกของมันเป็น ภาพลักษณ์การพิมพ์ของใหม่ และการอยู่รอดของสังคมเมือง ตึกเป็นสมอของความรู้สึกสงบ ใน- แต่ไม่สามารถถอดถอนได้ จาก - ทะเลที่หมุนอย่างพยากรณ์
ไม่ได้รอบๆตัวพวกเรา
การวาดภาพบนประเพณีอันยาวนานของชาวคริสเตียนและสิ่งที่ตกทอดมาของ ลูเทอรัน จุดประสงค์หลักของโบสถ์นี้ คือให้การบูชาพระเจ้าเป็นไปได้หลากหลายรูปแบบ เราถือการบูชากว้างๆของความพยายามที่ซึ่งปลการยกระดับและความเชื่อให้เป็นการกระทำ
การตกแต่งภายในถูกออกแบบโดย วิกแนลลี่ เชื้อเชิญพวกเราทั้งล่างและบน วางตำแหน่งพวกเราในความแตกต่างในโลก แต่เหนือขึ้นไปปกป้อง ในขณะที่เผชิญกับแสงมนุษย์ ในขณะที่ใหญ่โตและสูงขึ้นด้วยตวามรู้สึกของทั้งจักรวาลและแหล่งกำเนิด-แหล่งกำเนิดของการกลับมาอีกครั้ง
มันเป็นสถานที่ของการกลับมามีชีวิตใหม่ ที่ซึ่งพวกเราเกิดในดวงวิญญาณดวงใหม่ เมื่อสภาพแวดล้อมเป็นเหมือนถำ้มืดของเงาสะท้อน กำลังยำ้เตือนให้พวกเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เซนต์ปีเตอร์เรียกพวกเรากลับไปสู่สถานที่รุ่งโรจน์อันศักดิ์สิทธิ์ของความรักของพระเจ้า
การตกแต่งพื้นภายนอกอีกทั้งภายใน และอ่นำ้มนต์ทำมาจากหินแกรนิต คาเลโดเนีย การตกแต่งภายเป็นแบบพื้นที่ที่ปับเปลี่ยนได้ตามความหลากหลายของงานฝีมือ ไปยังเพลง, เต้น, เทศน์, ดนตรี, และบทกวี เก้าอี้ในโบสถ์, แถ่นบูชา ทำมาจากต้นโอ๊คแดง อ่งนำ้มนต์ตรงทางเข้าไปถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งภาพและเสียงของการอาลัย นำ้วิ่งเป็นเครื่องเตือนที่แน่นนอนของพิธีพรมนำ้และล้างบาปของพวกเราโดยพระผู้เป็นเจ้า



ไม้กางเขนชาวดัสท์ ตั้งอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทำขึ้นโดยเหล็กจากศตวรรษที่ 16 และน่าจะอยู่เหนือม่านของแท่นบูชาในโบสถ์ในประเทศเนเธอร์แลนด์
เป็นตราดอกไอรัส ( ที่แสดงถึงพระบิดา พระบุตร และพระจิตวิญญาณ ) ไม้กางเขนเตือนพวกเราว่า ความลี้ลับในภายหน้ากับความหลังไปยังชีวิตในนิรันดร์
เสื้อคอสซอลถูกสร้างขึ้นสำหรับเซนต์ปีเตอร์โดยช่างทอชาวอเมริกัน แอน เชอร์แมน บรูมเบริ์ก และถูกใช้ในการขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ ผ้าทอมือผืนนี้อยู่บนกำแพงทางทิศตะวันออกของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งให้ความรู้สึกดึงความอบอุ่นของไม้กางเขนดัสท์ การขึ้นสรวงสวรรค์ของพระเยซูยังคงทอดสายตาเหนือขึ้นไปมองไปอย่างกว้างใหญ่ไพรศาล


เครื่องขยายเสียงสร้างโดย โจฮันเนส โคส ประเทศเยอรมันถูกออกแบบเป็นงานศิลปะแบบการมองเห็น และโทนเสียงเพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขนถูกสร้างขึ้นโดย ช่างฝีมืออายุน้อยชาวอเมริกัน ชื่อ กิกิ สมิธ และส่วนอื่นๆโดย วิกเนลลี่ งานของกิกิเป็นผลงานของความเยี่ยมยอดของความเงียบขรึมร่างของพระเยซูลอยอยู่ท่ามกลางการถูกทิ่มแทงบนไม้กางเขน มันถูกใช้ในการแห่ในช่วงการมาถึงของการสำนึกผิดและฤดูถือบวชอีกทั้งโอกาสอื่นๆที่เหมาะสม ไม้กางเขนของวิกเนลลี่ ดูหรูหราในความเรียบง่าย มันทำมาจากต้นโอ๊คแดง และนำมาตกแต่งภายในโบสถ์
การปั้นแก้วเปอเซียนสีน้ำเงินและแดงถูกทำขึ้นโดยนักเป่าแก้วที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของศควรรษที่ 20 เดล ชิีฮิลลี่
ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ที่แหวกแนวจากการเป่าแก้วธรรมดาสำหรับเขาเองมันเป็นขั้นตอนที่ยังคงเป็นกลอุบายที่มากกว่าวัตถุดิบ เขากล่าวด้วยความประหลาดใจว่า เขาเคยคิดว่ามันเป็นแก้วที่มีความลี้ลับมากมาย และหลังจากนั้นผมดันพบว่า มันเป็นอากาศที่เข้าไป มันช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ



การตกแต่งภายนอกไม้กางเขนถูกออกแบบโดยช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงคือ อาร์นัลโด โปโมโดโล ของมิลาน อิตาลี การแกะคนโปโมโดโล
ได้เชื่อมโยงความเก่ากับความใหม่เข้ากับการผสมอย่างมีลายแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ของวัตถุดิบ
ไม้กางเขนของบรรพบุรุษเป็นสีเงิน มันถูกเจาะตรงกลางเป็นรูปลิ่ม หรือตะปู ซึ้งแตกต่างจากไม้กางเขนแบบธรรมดา ตะปูเป็นยุคเดียวกันกับโปแลนด์ ร่างของพระเยซูกับอุปกรณ์ การตรึงกางเขนของพระเยซุของการทำงานบนพื้นผิวไม้กางเขน

11.12.2550

Massimo Vignelli 2



จากประโยคด้านบน ซึ่งเป็นหลักในการออกแบบทั้ง 3 ข้อหลักๆที่ Massimo ใช้ในการออกแบบงานเกือบทุกๆชิ้นของเขา
ได้แยกย่อย ออกมา คล้ายๆลักษณะ ดังนี้

Semantically - ความมีเหตุมีผล มีประสิทธิภาพ
Pragmatically - การจัการกับสิ่งต่างๆอย่างละเอียดละออโดยมีพื้นฐานอยู่บนการปฎิบัติได้จริง
มากกว่าที่จะอยู่บนพื้นฐานของทฤษฎี
Syntactically - การเรียบเรียงหรือเรียงร้อยประโยค อย่างมีระบบและถูกกฎไวยากรณ์

นั่นคือ Massimo Vignelli มีหลักการที่เขายึดถือคือความเป็นระบบระเบียบ ความเรียบง่าย และ รูปทรงที่เป็นมาตรฐาน
หลักการคิดของ Massimo จะอิงพื้นฐานของรูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก เพราะรูปทรงเรขาคณิตเป็นพื้นฐานที่ทำให้เกิดความ
สมบูรณ์แบบของทุกสิ่งทุกอย่างในการออกแบบ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นสากล ดูแข็งแรง



สามารถสร้างรูปแบบต่อยอดความคิดของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ให้เกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่นงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของวิกเนลลี่
ซึ่งใช้รูปทรงเลขาคณิตอย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม รูปทรงกระบอก แต่ผ่านการออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้งานดูท้าทาย สมบูรณ์ และแข็งแรงมั่นคง






เห็นได้ชัดว่า Massimo Vignelli ยึดหลักการของเขาและนำมาทำงานอย่างเคร่งครัด จนพัฒนาเป็นชิ้นงานที่ดู
เรียบง่าย ดูดี และ สมบูรณ์ เราจะสามารถเห็นงานที่มีความเป็นระบบระเบียบในตัวเองได้จากเกือบทุกๆงานของเขา
ไม่ว่าจะเป็นงาน Graphic design , Furniture Design หรือ Interior Design ก็จะมีรูปแบบ
ของการทำงานที่มีระบบคล้ายกัน งานจึงมีความเรียบง่าย แต่ เป็นระเบียบ ซึ่งอาจเป็นเพราะพื้นฐานงาน สถาปัต ของเขา
ที่เป็นพื้นฐานที่ถูกปูมาแล้วตั้งแต่วัยเด็กของเขา ก็ได้ ความเป็น สถาปัตในตัวเขา บ่งบอกถึงงานที่เป็นระบบได้ชัดเจน